Source
Content
Published
SlashDot (/.)
cedarhillbilly writes "In his new book The Geek Manifesto, Mark Henderson 'pleads for citizens who value science to force it onto the mainstream political agenda and other main walks of life.' There are some important questions that need answers: 'Do you have to give up your tech practice to undertake a public role?' Also, 'Is political life (compromise, working by consensus, irrationality) antithetical to the "geek" values?'"The Guardian's coverage sums up the idea nicely: "What I desperately want is a move toward an evidence-based culture in politics. Politicians are free to say: 'I think people on drugs should be punished because drugs are immoral.' That's a moral call, albeit a rather stupid one in my opinion. What they shouldn't do is say: 'I want to reduce drug use, and sending all users to prison is the most cost-effective way to achieve that.' That's not at moral call, it's a factual statement; as such it should be evidence-based, or else the person making it should shut the hell up."
Read more of this story at Slashdot.
5/18/2012 9:57:00 PM
萌えオタニュース速報
70 名無しさん@お腹いっぱい。 2012/05/18(金) 16:58:51.53 ID:3kGMHv0H0
続きを読む
5/18/2012 9:52:27 PM
DSLReports.com
As we noted yesterday , Verizon says they're cuing up a number of new price hikes for their FiOS service -- because they can. Users in our forums note that one of the increases is already here: a $2 set top hike that is set to go into effect starting July 15. Some users are complaining that the prices are even steeper and they never got a notice about the hike, while others were informed about it as early as March. A user over at the Consumerist complains that the hikes come while they're still under contract (though the user likely didn't read the contract specifics). read comment(s)
5/18/2012 9:40:59 PM
Fail.in.th
by Black_Owen (ร้านเกมแถวๆ บ้านครับ)
.
by Black_Owen (ห้องน้ำร้านข้าว ในชัยนาท)
FAIL
5/18/2012 9:21:48 PM
SpeedGuide.net
Comcast reportedly plans to adopt a usage-based billing system for customers using broadband services. The new system will replace the 250 gigabyte-per-month cap for its broadband customers. With the new system, heavy users will pay more. In the past those who went over the cap risked being cut off instead. The cable operator plans to experiment with a couple of different ways to manage data use. One option is to impose a data cap of 300 gigabytes and charge for additional use, likely $10 for each ...
5/18/2012 9:21:32 PM
SlashDot (/.)
Barence writes "Computer scientists have unveiled a computer chip that turns traditional thinking about mathematical accuracy on its head by fudging calculations. The concept works by allowing processing components — such as hardware for adding and multiplying numbers — to make a few mistakes, which means they are not working as hard, and so use less power and get through tasks more quickly. The Rice University researchers say prototypes are 15 times more efficient and could be used in some applications without having a negative effect."
Read more of this story at Slashdot.
5/18/2012 9:15:00 PM
萌えオタニュース速報
798 ななし製作委員会 2012/05/18(金) 00:42:04.49 ID:http://otanews.livedoor.biz/
お兄ちゃんだけど愛さえあれば関係ないよねっのアニメアドレスかな?
情報保護してるからMFではなさそう
続きを読む
5/18/2012 8:58:54 PM
adslthailand.com
คนไทยใช้เน็ตแตะ25ล้านคนแล้ว ทรูฮิตเผย ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยแตะสูงสุด 25 ล้านราย โตขึ้น 26.7% ผลจากการเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ก ด้านเว็บยอดนิยม สนุกยังครองแชมป์ต่อเนื่อง ขณะที่เว็บให้ข้อมูล ความรู้และภาครัฐ คนนิยมน้อยลง
ดร.ปิยะ ตัณฑวิเชียร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค บริษัทศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตไทย จำกัด บริษัทร่วมทุนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้ให้บริการตรวจสอบและประมวลผลสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ประเทศไทย หรือทรูฮิตดอทเน็ต (Truehits.net) เปิดเผยว่า จากสถิติภาพรวมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ประเทศไทย ในปี 2554 พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยสูงถึง 26.77% เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตออนไลน์ เฉลี่ยแต่ละวันประมาณ 6 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในต่างประเทศ 440,000 คน ซึ่งเดือนสิงหาคม 2554 เป็นเดือนที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตออนไลน์ในประเทศไทยสูงสุดประมาณ 25 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ซึ่งมีประมาณ 19 ล้านคน ในขณะที่จำนวนครั้งของการเยี่ยมชมเว็บไซต์ในประเทศไทยเฉลี่ยต่อวันกับแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยเมื่อเทียบกับปี 2553 เนื่องจากคนไทยนิยมเข้าเว็บต่างประเทศโดยเฉพาะโซเชียลเน็ตเวิร์ก
นอกจากนี้จากผลการสำรวจพบว่าเว็บไซต์ที่คนไทยนิยมเข้าสูงสุดในปี 2554 นี้ยังคงเป็นเว็บด้านความบันเทิง เกมออนไลน์ เว็บบล็อก ไดอารี่ เว็บบอร์ด เว็บข่าวสื่อและ ชอปปิง ในขณะที่เว็บกลุ่มสุขภาพ เว็บอสังหาริมทรัพย์ และเว็บหน่วยงานภาครัฐ นั้นได้รับความนิยมต่ำสุด สำหรับ โครงสร้างของประชากรอินเทอร์เน็ต พบว่าเป็น เพศชาย 55% เพศหญิง 45% ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา โดยกรุงเทพฯและปริมณฑล
มีปริมาณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุด
ด้านการใช้งานเครื่องมือค้นหา หรือเสิร์ชเอ็นจิ้น ของคนไทย พบว่ากูเกิล ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 99.06% ส่วนระบบปฏิบัติการ วินโดว์ส 7 และ บราวเซอร์โครมกำลังมาแรง ในขณะที่อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พอเรอร์ หรือไออี มีแนวโน้มลดลงไปเรื่อย ๆสำหรับสมาร์ทโฟนได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น โดยกว่า 70% ของสมาร์ทโฟนที่ใช้ในการเข้าอินเทอร์เน็ตของคนไทยคือไอโฟนและไอแพด
ทั้งนี้ ในทรูฮิตได้ประกาศผลเว็บไซต์ยอดนิยมประจำปี 2554 โดย 10 อันดับแรกคือ 1.
www.sanook.com 2.
www.mthai.com 3.
www.kapook.com 4.
www.dek-d .
com 5.
www.manager.co.th 6.
www.exteen.com 7.
www.teenee.com 8.
www.truelife.com 9.
www.thairath.co.th และ 10.
www.siamsport.co.th
5/18/2012 8:50:03 PM
adslthailand.com
หมดยุคเจียดเน็ตขาย - 1001 ตอนนี้มีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นในวงการมือถือคือ “บิลช็อก” คนมีสมาร์ทโฟน หรือโทรศัพท์อัตโนมัติ หากใช้เน็ตส่งรับข้อมูลแล้วไม่ระวังทำ “เน็ตรั่ว” คือเผลอเปิดเน็ตไว้แล้วโดนเครื่องมือถือสมัยใหม่ที่คุยเน็ตเจ๊าะแจ๊ะเองอยู่ตลอดหรือโดนเก็บค่าใช้งานตามเวลา ก็อาจโดนบิลเรียกเก็บปลายเดือนเป็นเรือนหมื่น หรืออย่างคนที่ไปต่างประเทศก็อาจถึงหลักแสนได้
สภาพการนี้เกิดจากระบบการคิด “ค่าผ่านทาง” ของวงการโทรคมนาคมซึ่งใช้หลักแบ่ง ๆ กันใช้ เรียกเก็บตามเวลาการใช้งานของการโทรศัพท์พูดคุยกันในยุคที่สายโทรศัพท์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีอย่างจำกัดและราคาแพง เมื่อเวลาผ่านไปการพูดคุยที่เคยต้องจองใช้สายทั้งเส้นก็เปลี่ยนมาเป็นเส้นเดียวหลายคู่ของการสนทนาและขยับมาเป็นการส่งข้อมูลที่มีปริมาณสูงกว่าการใช้สายส่งเสียงพูดคุยแต่เพียงอย่างเดียว
กระนั้นแนวคิดในการเก็บค่าบริการของวงการโทรคมนาคมยังคงเป็นแบบ “ของมีจำกัด แบ่ง ๆ กันใช้” ซึ่งแปลงออกมาเป็น “คิดค่าใช้จ่ายตามเวลาที่พูด หรือตามปริมาณข้อมูลที่ส่ง”
การคิดค่าบริการแบบนี้นับว่าโบราณไปมากสำหรับความก้าวหน้าด้านการสื่อสารและไอทีที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด ทุกอย่างจะเร็วขึ้น มากขึ้น แรงขึ้น ถูกลงเป็นเท่าตัวทุกปีหรือสองปี สายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เคยส่งการสนทนาได้เพียงคู่เดียวก็กลายเป็นหลายสิบคู่ ที่เคยส่งข้อมูลได้ระดับร้อยสองร้อยตัวอักษรต่อวินาทีก็กลายเป็นล้านตัวอักษรต่อวินาที
ตัวอย่างง่าย ๆ คือผู้เขียนเดินทางไปประชุมที่ประเทศแถวยุโรปเมื่อเดือนก่อน ค่าโทรฯ ทางไกลกลับไทยนาทีละ 160 บาท ค่ารับสายนาทีละ 44 บาท (สายเข้าไม่รับก็คิด) ค่าส่ง sms ข้อความละ 11 บาท ผู้เขียนเลยปรับเป็น airplane mode คือเหมือนอยู่ในเครื่องบินที่ตัดการใช้งานระบบโทรศัพท์ไร้สายทั้งหมดรวมถึงการใช้เน็ตด้วยแต่ยังสามารถใช้ไวไฟ (wifi) คือเน็ตแบบไร้สายที่เราใช้กันตามร้านกาแฟในศูนย์การค้านั่นแหละครับ
ไปถึงที่โน่นก็อาศัยไวไฟของ โรงแรมบ้าง ของศูนย์ประชุมบ้างพอแก้ขัดส่งข้อความและรูปภาพทิวทัศน์กลับเมืองไทยได้บ้าง
ก็ส่งรูปกลับมาให้ทางบ้านดูเกือบร้อยรูป ไม่เสียเงินแม้แต่แดงเดียว
แต่มีอยู่วันหนึ่งนั่งรถไฟไปอีกเมือง ไม่มีไวไฟให้ใช้ อดรนทนไม่ได้จึงตัดใจส่ง sms กลับบ้าน “กำลังเดินทางอยู่บนรถไฟ” เสียไป 11 บาท แต่อดหยอดต่อไม่ได้ว่า “คิดถึงทุกคนที่บ้านนะ”
กลายเป็นยี่สิบสองบาท
มานั่งคำนวณว่ารูปทั้งร้อยที่ส่งกลับมาเมืองไทยนั้นหากต้องเจออัตราค่าใช้เน็ตผ่านมือถือ ซึ่งคิดไว้ 50 สตางค์ต่อ 1 KB แต่ละรูปตก 1 MB หรือในราว 1,000 KB ก็ 500 บาท ส่งมาร้อยรูปก็ตก 50,000 บาท
ขนหัวลุกครับ
ตอนนี้ที่บ้านติดเน็ตผ่านสายโทรศัพท์ความเร็วหกเม็ก ตกเดือนละ 630 บาท ร้อยรูปที่ส่งจะใช้เวลาราว 100 วินาทีหรือราวสองนาที ผมเสียค่าเน็ตวันละ 21 บาทตกชั่วโมงละไม่ถึงบาทหรือนาทีละสองสตางค์ ร้อยรูปคร่าว ๆ ออกมาก็สี่สตางค์ ไม่ว่าจะส่งไปที่ไหนในโลก
สี่สตางค์เทียบกับห้าหมื่นบาท
วงการไอทีนั้นหากเปรียบได้เป็นคนยุคใหม่ วงการโทรคมนาคมก็เปรียบได้กับยุคจูราสสิคไปโน่นเลยแหละครับ ผมว่าน่าจะปรับขบวนกันได้สักทีนะ ดูแล้วน่าเกลียดจัง.
ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อีเมล
Yunyong.T@Chula.ac.th
5/18/2012 8:48:25 PM
adslthailand.com
SSD รักษาความลับด้วยปุ่มทำลายตัวเอง [เอ.อาร์.ไอ.พี,
www.arip.co.th] หากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ต้องพกพาข้อมูลความลับที่อยู่ในโน้ตบุ๊กติดตัวไปนอกสถานที่ แล้วเกรงว่า ใครจะมาจกฉกไปแล้วข้อมูลความลับนั้นจะเปิดเผย บางทีแก็ดเจ็ต (Gadget) ที่นำมาฝากกันเช้านี้อาจจะเหมาะกับคุณ เนื่องจากมันไม่ได้เป็นแค่ SSD (Solid State Drive) ที่ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลด้วยการใช้พาสเวิร์ด หรือการเข้ารหัสขั้นสูงที่ยังอาจจะเจาะเข้าไปได้เท่านั้น แต่ SSD รุ่นนี้เลือกวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลข้อมูลคามลับของคุณด้วยการ"ทำลายตัวเอง"ซะเลย
InVincible SSD จาก RunCore เป็นดิสก์ไดรฟ์ที่เจาะกลุ่มตลาดที่ค่อนข้างแคบมากทีเดียว โดยมันเป็นสตอเรจที่สามารถรักษาความลับด้วยวิธีที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การทำลายตัวเอง มันทำได้อย่างไรใช่ไหมครับ เนื่องจากดิสก์ไดร์ฟรุ่นนี้จะมาพร้อมกับปุ่ม 2 ปุ่มที่มีสีแตกต่างกัน การกดปุ่มสีเขียวจะหมายถึง สั่งให้ InVincible SSD ลบข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในดิสก์ ในขณะที่หากคุณเลือกกดปุ่มสีแดง มันจะมีการส่งแรงดันไฟฟ้าที่สูงมากเข้าไปทั่วทั้งไดรฟ์จนทำให้เกิดการไหม้ของชิปที่เก็บข้อมูลเสียหายในที่สุด
InVincible SSD เป็นดิสก์ไดรฟ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้สองกลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกันได้แก่ สายลับ (ประมาณเจมส์บอนด์ 007) ที่ต้องมีโน้ตบุ๊กพร้อมข้อมูลความลับติดตัวตลอดเวลา หรือผู้ที่ทำหน้าที่รักษาความลับข้อมูลของธุรกิจที่ไม่อาจให้รั่วไหลออกไปได้ เพราะเพียงแค่กดปุ่มเขียว ข้อมูลใน SSD ก็หายหมดแล้ว และถ้ากดปุ่มแดง SSD ก็จะร้อนจนควันพวยพุ่งออกมา และชิปหน่วยความจำ Flash ที่อยู่ภายในจะแตกเสียหายจนไม่สามารถกู้ข้อมูลได้ในที่สุด สนนราคา และความจุของมันยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด ว่าแต่คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ล่ะครับ คิดว่า InVinible SSD น่าจะเหมาะกับอาชีพอะไรได้อีก? ถ้าคิดออกช่วยแชร์กันมาด้วยนะครับ :D
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์
5/18/2012 8:44:29 PM
adslthailand.com
แอปเปิ้ลเริ่มเซ็นเซอร์คำว่า 'jailbreak' ในเนื้อหาบน iTunes Store เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แอปเปิ้ลได้เริ่มเซ็นเซอร์คำว่า 'jailbreak' ที่มีอยู่ในเนื้อหาบน iTunes Store ทั้ง ชื่อเพลงที่มีคำว่า 'jailbreak' ของศิลปินร็อกเกอร์ชาวไอริส Thin Lizzy เป็นต้น
โดยผู้ใช้งานเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งคำว่า 'jailbreak' ในเนื้อหาบางส่วนบน iTunes Store ได้ถูกเซ็นเซอร์เป็นคำว่า 'J*******k' อย่างไรก็ตาม บางกรณียังคงสามารถอ่านได้ตามปกติ ยกตัวอย่างเช่น อัลบั้ม "Jailbreak" ของ Thin Lizzy และตำแหน่งติดตามของอัลบั้ม ยังคงสามารถมองเห็นคำดังกล่าวได้ ตรงกันข้ามกับชื่อเพลง 'Jailbreak' ที่แสดงอยู่ในอัลบั้ม ได้ถูกเซ็นเซอร์ด้วยคำว่า 'J*******k' แทน อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวานนี้ ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไข และเนื้อหาบน iTunes Store มีการแสดงคำว่า 'jailbreak' โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ ซึ่งเป็นเหมือนกันหมดทั้งที่ปรากฎในเพลงและแอปฯ โดยก่อนหน้านี้ คำที่ถูกเซ็นเซอร์ยังพบได้จากศิลปินคนอื่นนอกเหนือจาก Thin Lizzy ที่มีการใช้ชื่อเพลงว่า 'jailbreak' อาทิ ชื่อเพลงในอัลบั้ม "That's Not What I heard" ของศิลปินวง Gossip และอัลบั้ม "Eden Fire" ของศิลปิน Sonic Syndicate โดยคำว่า 'jailbreak' เป็นการสื่อความหมายไปถึง กระบวนการแฮ็ค iOS เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถลงโปรแกรมที่กำหนดและปรับแต่งเองได้ โดยไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากทางแอปเปิ้ลต้นสังกัด ซึ่งการเจลเบรคเป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นกระบวนการที่สามารถใช้ในการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์จาก App Store ซึ่งผิดต่อกฎหมาย จึงทำให้แอปเปิ้ลพยายามที่จะต่อสู้กับการเจลเบรคนั่นเอง
5/18/2012 8:41:29 PM
adslthailand.com
วิธีแก้ไขปัญหาแบตฯหลังอัพเป็น iOS 5.1.1 ผู้ใช้งานจำนวนมากได้รายงานปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ของไอโฟนและไอแพดของพวกเขา หลังจากที่ได้ทำการอัพเกรด iOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด (iOS 5.1.1) มาวันนี้มีขั้นตอนง่ายๆที่คุณสามารถย้อนการทำงานกลับมาได้
โดยหลังจากแอปเปิ้ลได้ปล่อยอัพเดต iOS 5.1.1 ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ใช้หลายคนก็เริ่มรายงานถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ iOS ของพวกเขา ได้รับผลกระทบกับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ใช้โดยส่วนใหญ่ แต่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ไอโฟนและไอแพดจำนวนหนึ่ง ซึ่งพบว่า อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ของพวกเขาไม่สามารถคาดหวังได้อย่างชัดเจน หลังจากที่อัพเดตเป็น iOS 5.1.1 ผ่านทางการอัพเดต over-the-air ของแอปเปิ้ล ซึ่งถ้าหากคุณพบว่าอุปกรณ์ของคุณ มีปัญหาคล้ายๆข้างต้น เคล็ดลับในการแก้ไขที่เผยโดยผู้ใช้ที่ชื่อ sbaily4 ใน Apple Support Communities อาจช่วยคุณได้ ขั้นแรก คุณต้องมั่นใจว่าคุณได้มีการสำรองข้อมูลที่ดี ให้คุณเสียบอุปกรณ์เข้ากับคอมฯแม็คหรือพีซี และเปิดโปรแกรม iTunes และเชื่อมต่อมัน จากนั้นเปิดเมนูตั้งค่า และคลิกเลือกที่แท๊บ General > Reset เลือกที่ "Reset All Settings" ที่ด้านบนหน้าจอ ทางเลือกนี้จะไม่ได้ลบเนื้อหาของคุณ (เพลง, วีดีโอ, รูปภาพ หรือ แอปฯ) ดังนั้น คุณจะไม่สูญเสียอะไรที่สำคัญไปเลย จากนั้น ไอโฟนหรือไอแพดของคุณ จะขึ้นเตือนคุณเพื่อให้ตั้งค่าข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งรวมถึง การเชื่อมต่อไปยังเครือข่าย Wi-Fi ของคุณอีกครั้ง เช่นเดียวกับตอนซื้ออุปกรณ์มาใหม่ ซึ่งในตอนนี้ ให้คุณใช้อุปกรณ์ของคุณจนแบตเตอรี่เหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นเสียบอุปกรณ์เข้ากับแหล่งจ่ายไฟ และชาร์ทโดยไม่รบกวนจนถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ของคุณไม่แสดง ให้เปิดเมนูตั้งค่า และเลือก General > Usage ใต้คำว่า battery usage ให้สวิทช์เป็น On โดยกระบวนการดังกล่าว จะแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ใดๆที่เกิดขึ้นหลังจากอัพเป็น iOS 5.1.1
5/18/2012 8:40:35 PM
adslthailand.com
อิหร่าน ขู่ฟ้องกูเกิล หลังใช้คำว่า 'อ่าวเปอร์เชีย' ลงกูเกิล แมพ กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประกาศเมื่อวานที่ผ่านมาว่า จะดำเนินการทางกฏหมายกับกูเกิล เพื่อยุติการใช้คำว่า 'อ่าวเปอร์เชีย' ลงในกูเกิล แมพ และหลีกเลี่ยงการดำเนินงานเกี่ยวกับเขตแดนทางน้ำระหว่างอิหร่าน กับรัฐอาหรับ
"หนึ่งในการกระทำอันปลุกปั่นเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาของสงครามขนาดย่อมๆ กับชาติอิหร่าน อันเป็นผลจากการกระทำที่เสื่อมเสียของกูเกิล ที่มีการใช้ชื่อ 'อ่าวเปอร์เชีย' ซึ่งเป็นข้อขัดแย้งทางประวัติศาสตร์" Ramin Mehmanparast โฆษกจากกระทรวงการต่างประเทศ อธิบาย ก่อนจะสำทับเพิ่มเติมว่า "เราได้ยื่นเอกสารเพื่อเป็นการร้องเรียนอย่างเป็นทางการกับกูเกิล" สำหรับการกำหนดเขตแดนทางน้ำเป็นจุดสำคัญของการใช้น้ำมัน และแก๊สของโลก ซึ่งเป็นปัญหาที่มีการกระทบกระทั่งกันมาตลอด ระหว่างสองประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ไม่ว่าจะเป็นซาอุดิอาระเบีย คูเวต กาตาร์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก และอิหร่าน ซึ่งในกรณีนี้ อิหร่านอธิบายว่าคำว่า 'อ่าวเปอร์เชีย' รัฐอาหรับจะเรียกขานชื่อว่า 'อ่าวอาหรับ' เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปัญหา และหมายความว่า ถ้าหากประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดมีการใช้คำอื่นๆ หรือใช้เป็นอีกชื่อหนึ่ง ก็อาจจะเป็นชนวนทำให้เกิดการรุกราน จนบางครั้งพวกเขาถึงกับต้องเลี่ยงใช้คำ
5/18/2012 8:38:38 PM
adslthailand.com
'Socialcam' ปิดหลุมโหว่ที่อาจทำให้มีการใช้งานร่วมกันโดยบังเอิญ แอปฯแชร์วีดีโอยอดนิยม ได้ตอบสนองต่อการร้องขอของผู้ใช้ เพื่อให้สนับสนุนความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
โดย 'Socialcam' แอปฯแชร์วีดีโอที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้งานวีดีโอร่วมกันโดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น โดยตัวแทนจากทีมพัฒนายังไม่ได้ออกมาตอบสนองต่อการร้องขอความคิดเห็น แต่ Jules Polonetsky ผู้อำนวยการฝ่าย The Future of Privacy Forum ได้บอกกับสำนักข่าว CNET ว่า ทีมพัฒนาได้บอกกับเขาว่า พวกเขากำลังมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อแก้ไขข้อกังวลใจ "สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเห็นพระในศาสนายิวในเน็ตเวิร์กของผม แชร์วีดีโอที่เกี่ยวกับบิกินี่" "โพสต์ของเฟสบุ๊คเต็มไปด้วยเพื่อนที่คลิกดูวีดีโอเหล่านั้น" ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า การแชร์มีบางอย่างที่ผิดพลาด โดยคุณสมบัติ "social mode" ซึ่งมีการเปิดใช้งาน "on" อัตโนมัติ เมื่อคุณเข้าเยี่ยมชมเวบไซต์ Socialcam ได้ถูกแก้ไขให้ในขณะนี้อยู่ในสถานะ "off" ทั้งในเบราว์เซอร์และเวบไซต์เมื่อผู้ใช้มีการปิดเป็น off เช่นเดียวกับเมื่อผู้ใช้เปลี่ยนเบราว์เซอร์หรือล็อกเอาท์ โดย Socialcam เป็นโปรแกรมยอดนิยมในขณะนี้ ซึ่งติดชาร์ทอันดับหนึ่งในแอปฯฟรีของ iOS App Store เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
5/18/2012 8:38:10 PM
adslthailand.com
ไซแมนเทคแย้ง เจ้าของม้าโทรจัน Flashback อาจไม่ได้อาศัยช่วงวุ่นวายกอบโกยเงิน หลังจากที่มีข่าวรายงานจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ม้าโทรจัน Flashback ได้แพร่กระจายเล่นงานบนเครื่องแมคมากถึง 600,000 เครื่องทั่วโลก จนทำให้แอปเปิ้ลถึงกับนั่งไม่ติดต้องเร่งแก้ปัญหาเป็นการด่วน รวมถึงยังมีการประเมินสถานการณ์ตามหลังออกมาอีกว่า วายร้ายยังได้รับเงินเนาะๆ ต่อวันสูงถึง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ จากการคลิกโฆษณาหลอกหลวง เป็นการตอกย้ำความเจ็บแค้นของผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ทว่า ไซแมนเทค บริษัทซอฟท์แวร์ความปลอดภัยชื่อดัง ไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น พร้อมทั้งระบุว่ามีแนวโน้มที่แฮ็คเกอร์ตัวดีจะไม่เคยได้รับเงินก้อนโตใดๆ
และถึงแม้จะมีม้าโทรจันรุกล้ำเครื่องแมคมากกว่า 600,000 เครื่องทั่วโลก แต่โฆษณาจอมปลอมของม้าโทรจันที่ไแอบติดตั้งบนเครื่องแมคมีเพียง 10,000 เครื่องเท่านั้น หรือน้อยกว่า 2% ของเครื่องที่ได้รัลผลกระทบทั้งหมด ซึ่งไซแมนเทคก็ชี้ให้เห็นว่า เกือบ 10 ล้านโฆษณาหลอกลวงที่ปรากฏบนคอมพิวเตอร์ที่ถูกบุกรุก มีผู้ใช้คลิกเพียง 400,000 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้มีมูลค่าเพียง 14,000 เหรียญสหรัฐฯ ที่จะเข้ากระเป๋าวายร้ายในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ โฆษณาเครือข่ายส่วนใหญ่มักจะมีการติดตั้งระบบป้องกันการหลอกลวง และวิธีตรวจสอบเบื้องต้นกับความพยายามต่อสู้กับการเล่นเกมของระบบ ดังนั้น บริษัทซอฟท์แวร์จึงตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าของ ม้าโทรจัน Flashback ไม่ได้สร้างขั้นตอนที่จำเป็นในการกอบโกยเงิน ตามการคำนวณจากรูปแบบทราฟฟิคที่ดูเหมือนว่า เกือบ 98% ของโฆษณามาจากผู้ให้บริการแบบจ่ายต่อคลิก แต่อย่างไรก็ดี มันก็ไม่ชัดเจนว่าทำไมจึงมี 2% ที่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว แต่อาจจะเป็นได้ว่า แฮ็คเกอร์นึกได้หลังจากที่ปล่อยไวรัสแพร่กระจาย หรืออาจจะไม่ต้องการสร้างความแตกตื่นกับการไหลเข้ามาของเงินมหาศาลในช่วงเวลาอันสั้น ดังเข้าตำรา 'crime doesn’t pay'
5/18/2012 8:37:30 PM
adslthailand.com
กสทช.เล็งประกาศใช้ร่างครอบงำฯมิ.ย. บอร์ด กสทช.ลงมติอนุมัติร่างครอบงำฉบับใหม่แล้ว พร้อมดันขึ้นเว็บวันนี้ ก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษา มั่นใจกระบวนการเสร็จก่อนประมูลไลเซ่น 3จี
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ที่ได้จัดทำร่างฉบับใหม่แล้ว ซึ่งคาดว่าภายในวันนี้ (18 พ.ค.) จะนำร่างไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช.ได้
จากนั้นช่วงสิ้นเดือนนี้ กสทช.จะส่งร่างประกาศให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ต่อไป ซึ่งมั่นใจว่าประกาศฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ก่อนการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์
ทั้งนี้ ร่างประกาศฉบับใหม่ได้ปรับถ้อยคำบางส่วน และปรับปรุงเกือบทุกข้อ แต่การปรับปรุงดังกล่าว ยังคงหลักการเดิมของการกำกับการใช้อำนาจของคนต่างด้าวในนิติบุคคลไทย เพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบงำกิจการของคนต่างด้าว รวมทั้งเพื่อไม่ให้เกินจากอำนาจหน้าที่ของ กสทช. โดยมีสาระสำคัญที่แก้ไข อาทิ การยกเลิกคำว่า “อำนาจควบคุม”
แต่ได้กำหนดนิยามคำว่า “การครอบงำกิจการ” แทน หมายความว่า การมีอำนาจควบคุมหรือมีอิทธิพลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
นอกจากนี้ ในร่างประกาศ ได้ตัดขั้นตอนการขอความเห็นจากหน่วยงานความมั่นคงออก และกำหนดให้ กสทช.ใช้อำนาจในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคม เนื่องจากการพิจารณาว่า พฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงใดเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ควรให้เป็นดุลยพินิจของ กสทช. โดยไม่ต้องส่งเรื่องไปให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้ตัดสินใจ ป้องกันมิให้ก้าวล่วงการปฏิบัติหน้าที่ กสทช. และเนื่องจากร่างประกาศนี้ มีวัตถุประสงค์กำกับดูแลเรื่องการกระทำที่มีลักษณะครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับเรื่องความมั่นคงของรัฐ
นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช.ด้านกฎหมาย กล่าวว่า วันนี้ (18 พ.ค.) จะหารือผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายเกี่ยวกับ หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 และการพิจารณาให้ความเห็นต่อค่าธรรมเนียมเลขหมายเพื่อนำมาปรับปรุง โดยสำนักงาน กสทช.จะรับฟังและรวบรวมความคิดเห็น ทั้งประสบการณ์ ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนแนวทางปฏิบัติของภาคอุตสาหกรรม เพราะแม้ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 แต่พบว่า ประกาศฉบับนี้มีปัญหา และอุปสรรคในทางปฏิบัติอยู่หลายประการ
5/18/2012 8:36:04 PM
adslthailand.com
"ดับบลิวดี"ลุยแผนบุกฮาร์ดดิสก์รับกำลังผลิตฟื้น “ดับบลิวดี” ใส่เกียร์รุกแผนบุกตลาดฮาร์ดดิสก์รับกำลังผลิตฟื้น ล่าสุดนำร่อง “เวโลซิแรปเตอร์” ขยายตลาดฮาร์ดดิสก์สำหรับเกมมิ่งสู่องค์กร
นางสาวมาร์กาเร็ต โคห์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภาคพื้นเอเชียใต้ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (เอส.อี.เอเชีย) พีทีอี จำกัด (ดับบลิวดี) กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตฮาร์ดดิสก์ของบริษัทเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว รวมทั้งความคืบหน้าการซื้อขายธุรกิจระหว่างดับบลิวดี และฮิตาชิ ตลอดจนการขายสินทรัพย์ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วให้โตชิบาตามเงื่อนไขป้องกันการผูกขาดตลาดของสภาพยุโรปก็ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว
โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา ดับบลิวดีส่งมอบฮาร์ดดิสก์เข้าสู่ตลาดได้ 44.1 ล้านชิ้นจากไตรมาส 4 ปีก่อนหน้ามียอดส่งมอบ 28.5 ล้านชิ้น ไตรมาส 3 ปี 2554 ส่งมอบได้ 57.8 ล้านชิ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่า ราคาเฉลี่ยฮาร์ดดิสก์ของบริษัทที่ปรับตัวขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมโรงงานอาจจะกลับมาอยู่ราคาเดิมก่อนน้ำท่วมไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งเทคโนโลยีใหม่และความต้องการความจุฮาร์ดดิสก์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของผู้ใช้งานทำให้แนวโน้มการซื้อฮาร์ดดิสก์จะซื้อรุ่นที่ความจุสูงขึ้นซึ่งราคาก็เพิ่มขึ้นตามด้วย
“ราคาฮาร์ดดิสก์ที่ปรับตัวขึ้นหลังน้ำท่วมก็เริ่มปรับลดลงแล้ว แต่ก็ไม่กลับไปเท่าเดิม เช่น ความจุฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้ว เมนสตรีมที่ใช้กัน 500 กิกะไบต์ราคาก่อนน้ำท่วมประมาณ 1,300 บาท หลังน้ำท่วมสินค้าขาดแคลนทำให้ราคาพุ่งเป็น 2,000 ปลายๆ และก็ยังขายราคานี้อยู่ เนื่องจากโรงงานยังมีต้นทุนการซื้อเครื่องจักรทดแทนประกอบกับมีเทคโนโลยีใหม่ๆ และผู้ใช้ก็ต้องการความจุที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีกระแสของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แทบเล็ต หรือคลาวด์ คอมพิวติ้ง แต่ก็ยังใช้ฮาร์ดดิสก์สำหรับเก็บข้อมูลอยู่ดี” นางสาวโคห์กล่าว
ล่าสุด ดับบลิวดีเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้ว ตระกูล “เวโลซิแรปเตอร์ (VelociRaptor)” ขยับความจุสูงสุดจากเดิม 600 กิกะไบต์เป็น 1 เทราไบต์ ที่เดิมเน้นตอบสนองผู้ใช้กลุ่มเกมเมอร์ แต่รุ่นใหม่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มเวิร์คสเตชั่น และเอ็นเตอร์ไพรซ์เนื่องความจุและความสามารถของเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีจุดเด่นที่ความเร็วจานหมุน 10,000 รอบต่อนาที หน่วยความจำแคช 64 เมกะไบต์ ที่ทำความเร็วได้สูงกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไปที่สูงสุด 7,200 รอบต่อนาที และเป็นรองจากเทคโนโลยีแบบ “โซลิด สเตท ไดร์ฟ (เอสเอสดี)” ไม่มาก แต่ได้ความจุที่มากและคุ้มกว่าเมื่อคิดราคาต่อกิกะไบต์
พร้อมกันนี้ ยังคงทำตลาดผ่านดิสทริบิวเตอร์ทั้ง 3 ราย คือ ซินเน็ค เอแอนด์แอล และคอมเซเว่น โดยเริ่มตั้งแต่ความจุ 250, 500 กิกะไบต์ และ 1 เทราไบต์ที่ราคา 5,390 , 6,990 และ 10,990 บาท ตามลำดับ รับประกัน 5 ปี
ส่วนการรับประกันฮาร์ดดิสก์บางรุ่นที่ลดเวลาจาก 3 ปีเหลือ 2 ปี เป็นเพราะปัจจุบันผู้ใช้ต้องการความจุสำหรับเก็บข้อมูลมากขึ้น ขณะที่อายุการใช้งานฮาร์ดดิสก์เริ่มน้อยลง เพราะอัพเกรดใหม่ถี่ขึ้น ดังนั้น การลดเวลารับประกันจึงเป็นแค่เรื่องของความอุ่นใจ ไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพฮาร์ดดิสก์
5/18/2012 8:34:59 PM
SlashDot (/.)
New submitter kimtysirt sends this excerpt from a Bloomberg report about U.S. tariffs for Chinese solar panels:"The U.S. yesterday imposed tariffs of as much as 250 percent on Chinese-made solar cells to aid domestic manufacturers beset by foreign competition, though critics said the decision may end up raising prices and hurting the U.S. renewable energy industry. The U.S. Commerce Department ruled that Chinese manufacturers sold cells in the U.S. at prices below the cost of production and announced preliminary antidumping duties ranging from 31 percent to 250 percent, depending on the manufacturer. China criticized the action, saying the U.S. is hurting itself and cooperation between the world’s two largest economies. The decision is meant to provide a boost to the U.S. solar manufacturing industry, where four companies filed for bankruptcy in the past year."
Read more of this story at Slashdot.
5/18/2012 8:32:00 PM
adslthailand.com
เอไอเอส - ดีแทค คุยอนุฯคุ้มครองผู้บริโภคฯ หาข้อยุติปัญหาพรีเพด เอไอเอส - ดีแทค ส่งตัวแทนหารือ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม หวังหาข้อยุติปัญหากำหนดวันใช้บริการพรีเพด ประธานอนุกรรมการเผยที่ประชุม เสนอสองทางเลือกพร้อมจุดยืนชัดเจน เสนอไม่มีวันหมดอายุ หรือหากบริษัทจะกำหนดวัน ก็ต้องเป็นธรรมไม่เร่งให้ผู้บริโภคต้องเติมเงิน
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการหารือร่วมกับ ตัวแทน บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และตัวแทนบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เนื่องจากบริษัทฯ เอไอเอส ต้องการทราบแนวทางแก้ปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า หรือพรีเพด เพื่อแสวงหาความร่วมมือและข้อยุติร่วมกัน โดยมีอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมที่เข้าร่วมได้แก่ นายศรีสะเกษ สมาน นายศิริศักดิ์ ศุภมนตรี และนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา
ผลของการหารือที่ประชุมได้เสนอทางออกเป็น 2 ทางเลือก ทางเลือกแรกคือ การไม่กำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน คือ ให้เป็นไปตาม ประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 11 วิธีการนี้คือ หากผู้บริโภคยังมีเงินเหลืออยู่ในระบบ ก็มีสิทธิที่จะใช้บริการได้ตลอดโดยไม่ถูกกำหนดวัน ซึ่งไม่กระทบกับผู้บริโภคที่ใช้บริการระบบเติมเงิน แต่จะกระทบกับผู้ที่เก็บเลขหมายไว้กับตัวเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการใช้งาน ซึ่งอาจมีการกำหนดระยะเวลาที่ต้องมีความเคลื่อนไหวของการใช้บริการ เช่น หากไม่มีความเคลื่อนไหวของการใช้บริการภายในกี่เดือน ผู้ให้บริการจะสามารถหักค่าบริการในการรักษาเลขหมายได้ในอัตราที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการถือครองเบอร์ และปัญหาเลขหมายไม่เพียงพอ
“การเคลื่อนไหวหมายถึงไม่ว่าจะโทรออกหรือรับสาย ก็ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหว เพราะมีการได้สตางค์เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจ ก็มาหาข้อตกลงกันอย่างเดียวว่า สมมติว่าเป็นระยะเวลา 1 ปี ต้นทุนที่จะตัดกับผู้บริโภคหากเบอร์ไม่เคลื่อนไหวเลยเป็นเท่าไหร่ ก็ต้องยินดีให้ตัดโดยมูลค่าการตัดต้องพิจารณาจากต้นทุนที่แชร์ความรับผิดชอบกันระหว่างผู้บริโภคและบริษัทฯด้วย”
ทางเลือกที่สอง คือ หากจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการ เนื่องจากบริษัทฯมีต้นทุนเช่นค่าบริหารเลขหมาย การดูแลลูกค้า การพัฒนาโครงข่าย ก็ต้องยืนอยู่บนหลักการ 3 ข้อ คือ 1.จำนวนวันขั้นต่ำที่กำหนดควรเป็นระยะเวลาที่เป็นเหตุเป็นผลไม่เร่งรัดการใช้บริการเช่น 3 วัน 5 วัน ดังเช่นปัจจุบัน 2.มีการกำหนดวันเป็นขั้นบันไดคือ จำนวนวันผันแปรตามจำนวนเงินที่เติม และ3. หากมีเงินเหลือในระบบต้องคืนให้กับผู้บริโภค แต่ทั้งหมดก็ต้องมาขออนุญาตกสทช. หากไม่ขออนุญาตก็มีวันหมดอายุไม่ได้
“เอไอเอส ชี้แจงปัญหาเรื่องต้นทุน ขณะที่ ดีแทค กลัวปัญหาเรื่องการกระจุกตัวของเลขหมายที่ไม่พอใช้ ดังนั้นหากกำหนดวัน จำนวนวันที่กำหนดต้องเป็นอัตราที่ไม่เร่งรัดให้ผู้บริโภคต้องเร่งเติมเงิน เช่น หาก 100 บาท ได้ 30 วัน 50 บาทก็จะได้ 15 วัน ลดหลั่นลงไป เพราะปัจจุบันการกำหนด 10 บาท ต้องใช้ภายใน 1 วัน ถือว่าเร่งรัดเกินไป วันที่กำหนดจึงควรมีลักษณะที่เป็นธรรม ซึ่งการหารือในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ เอไอเอส เป็นฝ่ายขอหารือกับอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯและเสนอที่จะร่วมกันคิดเพื่อแก้ปัญหานี้ ตั้งแต่การผลักดันปัญหานี้ในยุค สบท. ซึ่งถือเป็นเรื่องดีในการทำงานร่วมกันเพราะทางบริษัท ทรูมูฟ จำกัดได้เคยมาร่วมหารือไปแล้ว แต่จะแจ้งผลของการประชุมกับสองบริษัทในวันนี้ไปให้รับทราบด้วย”
5/18/2012 8:31:42 PM
adslthailand.com
ยอดสั่งจอง Galaxy S3 ทะลุ 9 ล้านเครื่อง สื่อเกาหลี Korea Economic Daily รายงานยอดสั่งจองสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปล่าสุดของซัมซุง Galaxy S3 ที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันมียอดสั่งจองเข้ามากว่า 9 ล้านเครื่องแล้วจากกว่า 100 โอเปอเรเตอร์ทั่วโลก
ล่าสุดการ์ทเนอร์รายงานว่า ปัจจุบันซัมซุงกลายเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนโลกเรียบร้อยแล้ว จากช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาภายใต้สินค้าตระกูล Galaxy ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์จากกูเกิลนั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีการอ้างแหล่งข่าวภายในของซัมซุง ที่ระบุว่า กำลังการผลิตของซัมซุงที่เร่งผลิต Galaxy S3 อย่างเต็มความสามารถนั้น สามารถผลิตได้สูงถึง 5 ล้านเครื่องต่อเดือน ทำให้เชื่อว่าในรอบนี้จะไม่ประสบปัญหาในแง่สายพานการผลิต
ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุดในการวางจำหน่าย Galaxy S3 พบว่า จะเริ่มจำหน่ายในประเทศเยอรมนีในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ก่อนกระจายสู่ประเทศอื่นๆในแถบยุโรป ส่วนในประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะเข้ามาวางจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายน
5/18/2012 8:28:53 PM